ช่วงนี้ใครเปิดโซเชียลก็คงเห็นข่าวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก UPTECH กันจนชินตา ตอนเปิดตัวกระแสมาแรงมาก หลายคนตื่นเต้นว่า “ตุ๊กตายาง” ไฮเทคตัวนี้จะเปลี่ยนโลก ทั้งผิวสัมผัสเนียนนุ่มเหมือนคน และ AI ที่คุยลื่นไหลเหมือนมีเพื่อนคู่คิด
แต่พอของจริงส่งถึงบ้านเท่านั้นแหละ ความตื่นเต้นกลายเป็นความผิดหวังกันเป็นแถบๆ มาดูกันว่าทำไมคนถึงบ่นกันขนาดนี้
งานจริงตุ๊กตายางไม่ตรงปกอย่างแรง

ภาพในโฆษณาจัดเต็มทั้งแสง สี และการรีทัชจนดูสวยเนียนเป๊ะ แต่พอเปิดกล่องออกมา ตัวตุ๊กตายางกลับดูออกชัดว่าเป็นพลาสติกกับซิลิโคนเกรดทั่วไป ข้อต่อตามตัวเห็นเด่น งานประกอบไม่เนียนกริบอย่างที่วาดฝันไว้
ระบบ AIในตัวตุ๊กตายาง ยัง “ฉลาดไม่จริง”

จุดขายเรื่องคุยเก่ง โต้ตอบได้ กลายเป็นเรื่องที่ถูกแซวเยอะที่สุด เพราะน้องตุ๊กตายางตอบช้า คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียงสังเคราะห์ยังแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์รุ่นเก่า บางทีก็นึกจะค้างก็ค้างไปเฉยๆ
ตัวหนัก ผิวแข็ง ไม่เหมือนคน

เรื่องสัมผัสที่อ้างว่าเหมือนคนจริง พอได้จับกลับรู้สึกแข็งและกระด้างกว่าที่คิด แถมตัวตุ๊กตายางยังหนักมาก จะยกเปลี่ยนท่าหรือย้ายไปไหนแต่ละทีคือเหนื่อยสุดๆ
ราคาแพงมหาศาล แต่งานไม่สมราคา
สิ่งที่ทำให้คนเจ็บปวดที่สุดคือเรื่องเงิน เพราะค่าตัวตุ๊กตายางฮิวแมนนอยด์แตะหลักหลายแสนไปจนถึงหลักล้านบาท ซึ่งราคานี้ซื้อรถยนต์ดีๆ ได้เลยหนึ่งคัน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคุณภาพที่ไม่สมราคาเอาเสียเลย
บริการหลังการขายชวนปวดหัว
จ่ายแพงขนาดนี้ ผู้ซื้อก็หวังการดูแลระดับพรีเมียม แต่พอซอฟต์แวร์รวนหรือมีชิ้นส่วนชำรุด การส่งซ่อมหรือเคลมประกันกลับยุ่งยาก ล่าช้า และมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงจุกจิกไปหมด
เหตุการณ์นี้ทำเอาคนที่ทุ่มเงินซื้อรุ่นแรกๆ เข็ดไปตามๆ กัน สะท้อนว่าเทคโนโลยีในโฆษณากับความเป็นจริงยังห่างกันพอสมควร ใครที่กำลังสนใจอยากได้มาครอง บอกเลยว่าใจเย็นๆ ก่อน รอให้เทคโนโลยีนิ่งและราคาจับต้องได้มากกว่านี้ค่อยว่ากันก็ยังไม่สาย
