ตุ๊กตายางญี่ปุ่น… กับมุมมองที่ไกลกว่าเรื่องใต้สะดือ
เอาจริงๆ ถ้าพูดคำว่า “ตุ๊กตายาง” แวบแรกในหัวทุกคนก็น่าจะคิดถึงเรื่องเดียวกันใช่ไหมครับ? สารภาพว่าเมื่อก่อนผมก็คิดแบบนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งได้ไปนั่งดูสารคดีชีวิตของคนญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งที่เขาอยู่กับตุ๊กตายางจริงจัง มันทำให้โลกทัศน์ผมเปลี่ยนไปเลย คือมันไม่ใช่เรื่องของความต้องการทางเพศอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลายเป็นเรื่องของ “จิตวิทยา” และ “ความสัมพันธ์” ไปเฉยเลย
คำถามคือ ทำไมคนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย ถึงยกให้น้องๆ พวกนี้เป็นมากกว่าไอเทมผู้ใหญ่?
อย่างแรกเลยนะ “ความเหงา” ในญี่ปุ่น

มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ คนทำงานหนัก เช้าไปเย็นกลับ ไม่ค่อยมีเวลาเจอใคร หรือบางคนเคยอกหักเจ็บหนักจนกลัวการมีความสัมพันธ์กับคนจริงๆ พอได้กลับบ้านมาเจอตุ๊กตานั่งรออยู่ มันกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์แบบแปลกๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกบ่น ไม่ต้องกลัวโดนทิ้ง ไม่ต้องปวดหัวกับดราม่า แค่ได้นั่งมอง ได้จับมือ หรือได้กอด ก็นอนหลับสบายขึ้นแล้ว
อีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ คือมันกลายเป็น งานอดิเรก

ชนิดหนึ่งไปแล้วครับ นึกภาพคนที่ชอบเล่นโมเดลหรือสะสมกล้องถ่ายรูป แต่เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นตุ๊กตายางตัวเท่าคนจริง เจ้าของบางคนทุ่มเงินหมื่นเงินแสนซื้อเสื้อผ้าสวยๆ แต่งหน้า เปลี่ยนวิก พาน้องนั่งรถออกไปเที่ยวถ่ายรูปกลางแจ้ง จัดแสงจัดท่าทางกันจริงจังมาก ถึงขั้นมีคอมมูนิตี้เอาภาพมาประกวดกันเลยนะ
ที่พีคและซาบซึ้งกว่านั้นคือเรื่องของการ เยียวยาจิตใจ มีตาแก่หลายคนในญี่ปุ่นที่เสียภรรยาคู่ชีวิตไป หรือคนที่เพิ่งสูญเสียคนรักอย่างกะทันหันจนชีวิตเป๋ เขาสั่งทำตุ๊กตายางขึ้นมาเพื่อให้มี “ตัวแทน” คอยนั่งอยู่ข้างๆ

ได้พาออกไปเดินเล่น

ดูดอกซากุระด้วยกันเหมือนวันเก่าๆ มันอาจจะฟังดูแปลกในสายตาคนนอก แต่สำหรับคนที่กำลังใจสลาย การมีสิ่งนี้ไว้กอดไว้คุยด้วย มันช่วยให้เขามีแรงลุกขึ้นมาใช้ชีวิตต่อได้จริงๆ
เอาเป็นว่า พอมองข้ามอคติเรื่องเซ็กส์ออกไป เราจะเห็นเลยว่าตุ๊กตายางญี่ปุ่นมันคือผลงานศิลปะที่เข้ามาตอบโจทย์ความกลัวที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์… นั่นคือ “ความโดดเดี่ยว”
ท้ายที่สุดแล้ว ในยุคที่โลกเราหมุนไวและเย็นชาขึ้นทุกวัน ใครจะมีวิธีฮีลใจตัวเองแบบไหน ตราบใดที่ไม่เดือดร้อนใคร ผมว่ามันก็เป็นความสุขที่น่าเคารพเหมือนกันครับ
