วงการตุ๊กตายางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เชื่อไหมครับว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเนี่ย วงการตุ๊กตายางโตไวมาก! เทคโนโลยีไปไกลจนตอนนี้ทำออกมาได้เหมือนคนจริงๆ จนน่าตกใจ แต่พอมาถึงปี 2026 แบบนี้ ดูเหมือนอุตสาหกรรมนี้กำลังจะเจอ “ทางตัน” เข้าให้แล้วครับ
ทำไมถึงบอกว่าเริ่มอิ่มตัว?
โรงงานเยอะจนล้น: ตอนนี้ทั่วโลกมีโรงงานผลิตตุ๊กตายางเป็นร้อยๆ แห่ง โดยเฉพาะที่จีนนี่แหละตัวดี เปิดกันพรึบพรับจนนับไม่ถ้วน ล่าสุดเกาหลีใต้ก็เพิ่งให้ขายตุ๊กตายางได้ถูกกฎหมาย เลยเริ่มมีแบรนด์เกาหลีโผล่มาแจมเค้กอีกเจ้า
-
-
แบรนด์ดังยังถอย: ขนาดพี่ใหญ่วงการอย่าง Orient Industry ของญี่ปุ่น ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2520 (เก๋าที่สุดในญี่ปุ่น) ยังทนไม่ไหว ประกาศปิดตัวลงไปเมื่อตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา คิดดูว่าแบรนด์ในตำนานยังไปไม่รอด แล้วเจ้าเล็กๆ จะเหลืออะไร!

-
- เศรษฐกิจทำพิษ: ต้องยอมรับว่าตุ๊กตายางตัวนึงไม่ใช่ถูกๆ นะครับ ราคาหลักหมื่นหลักแสน พอเศรษฐกิจทั่วโลกมันซบเซา คนก็เริ่มประหยัดเงิน หันไปซื้อเซ็กซ์ทอยอันเล็กๆ ราคาหลักร้อยหลักพันแทนดีกว่า
สงครามราคา… กำไรของคนซื้อ!
พอคนขายน้อยลงแต่โรงงานเยอะขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “สงครามโปรโมชั่น“ ครับ ตอนนี้แบรนด์ใหญ่ๆ แข่งกันลดแลกแจกแถมแบบดุเดือดทุกเดือน ใครที่เล็งอยากจะได้น้องมาครอบครอง ช่วงนี้แหละคือ “นาทีทอง” เพราะคุณจะได้ของดีในราคาที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ
กลยุทธ์เอาตัวรอด: แตกแบรนด์ย่อย สู้ทุกระดับ
-
-
หลายค่ายตอนนี้เริ่มปรับตัวด้วยการ “แตกหน่อ” แบรนด์ตัวเองออกมา เช่น:
-
-
Irontech Doll: แตกแบรนด์ Real Lady มาเอาใจสายเปย์ที่อยากได้ของเกรดซูเปอร์พรีเมียมหรูหราไปเลย
-
-
-
Sigafun: (ในเครือเดียวกัน) เน้นทำตุ๊กตาแค่ “ครึ่งตัว” ราคาเบาๆ ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับคนงบน้อยหรืออยู่คอนโด
-
สรุป: ใครคิดจะโดดมาขายตอนนี้… คิดหนักๆ นะ!
-
-
ภาพรวมตอนนี้คือมันอิ่มตัวสุดๆ ครับ ใครที่คิดจะมาเปิดร้านขายตุ๊กตายางหรือเปิดโรงงานใหม่บอกเลยว่า “ยากมาก” นอกจากต้องมีเงินถุงเงินถังแล้ว เทคโนโลยีต้องเจ๋งจริง เพราะลูกค้าเขามีตัวเลือกเป็นพันๆ แบบในตลาด แถมเจ้าเก่าเขาก็พร้อมหั่นราคาตัดหน้าเราตลอดเวลา
สรุปสั้นๆ คือ: ถ้าจะซื้อน้องช่วงนี้… คุ้ม! แต่ถ้าจะเปิดร้านขายช่วงนี้… พักก่อนครับ!