ข้อดีข้อเสียหัวตุ๊กตายางประเภทต่างๆ

หัวตุ๊กตายางแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

ปกติแล้วตุ๊กตายางส่วนใหญ่เขาจะถอดหัวเปลี่ยนได้ครับ ซึ่งหัวแต่ละแบบเนี่ย ราคากับความสามารถมันไม่เท่ากันนะ แบ่งใหญ่ๆ ได้ตามนี้เลย:

1. หัวแบบซิลิโคน (ตัวท็อป งานละเอียด)

หัวพวกนี้จะสวยที่สุด สมจริงที่สุด และแน่นอนว่า แพงที่สุดด้วยครับ มีแยกย่อยไปอีก 3 สไตล์สามแบบ:

a.แบบแข็ง (Hard Head): ให้นึกถึงหุ่นโชว์เสื้อตามห้างครับ แต่หัวรุ่นนี้จะนิ่มกว่าหน่อย กดผิวแล้วยังพอบุ๋มได้บ้าง

ข้อดี: มันสามารถ ปลูกผมลงไปบนหัวได้เลย (ไม่ต้องใส่วิก) ดูเป็นธรรมชาติสุดๆ แถมเมคอัพติดทน

ข้อเสีย: ปากมันจะแข็งครับ แง้มไม่ได้เลย ใช้งานทางปากก็ไม่ได้เด็ดขาด

b.แบบนิ่ม (Soft Head): อันนี้ผิวนิ่มเหมือนแก้มคนจริงๆ เลยครับ

ข้อดี: ปากแง้มได้ ใช้งานทางปากได้ (ข้างในมีรู)

ข้อเสีย: ปลูกผมไม่ได้นะครับ จะ ต้องใส่ วิกผมเท่านั้น และปากจะอ้าค้างไว้ไม่ได้

c.แบบ ROS (ตัวเทพที่สุดของทั้งหมดเลย): ย่อมาจาก Real Oral Structure

ข้อดี: ที่สุดของความสมจริง! ข้างในปากมีครบทั้งฟัน ลิ้น ลิ้นไก่ และที่สำคัญคือ อ้าปากค้างได้(Movable Jaw)

ข้อเสีย: แพงที่สุดในบรรดาทุกแบบครับ

2. หัวแบบ TPE (เน้นคุ้มค่า ราคาประหยัด)

หัวตุ๊กตายางทีพีอี

อันนี้จะคล้ายๆ กับซิลิโคนแบบนิ่มครับ คือผิวนิ่ม กดแล้วบุ๋ม ใช้งานทางปากได้เหมือนกัน

ข้อดี: ราคาถูกกว่าซิลิโคนเยอะมาก! และถ้าใครชอบแต่งหน้าตุ๊กตาเอง หัวแบบนี้จะลบเมคอัพแล้วแต่งใหม่ได้ง่าย (ถ้าเบื่อหน้าเดิมก็จัดใหม่ได้เลย)

ข้อเสีย: ความสวยสมจริงอาจจะสู้งานซิลิโคนไม่ได้ คิ้วมักจะเป็นแบบวาดเอา และต้องระวังตอนล้างหน้าเพราะเมคอัพหลุดง่ายกว่า แถมปลูกผมไม่ได้ ต้องใส่วิกอย่างเดียวครับ

สรุปแล้วเราควรจะเลือกแบบไหนดีล่ะ?

สายเน้นประหยัด: จัดหัว TPE ไปครับ ใช้งานได้เหมือนกัน

สายเน้นสวย ปลูกผมได้: ต้องหัว ซิลิโคนแบบแข็ง

สายเน้นใช้งานทางปากแบบฟินๆ: ไปให้สุดที่หัว ROS ครับ จบแน่นอนครับผม





Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top